ตอบคำถามน้อง:ซิ่วมาวาดการ์ตูนแล้วต้องทำไงต่อ

อันนี้คือชีวิตของผม ณ ตอนนี้นะครับ เล่าให้พี่ฟังได้คร่าวๆ ถ้ายาวไปต้องขอโทษด้วยนะครับ

คือก่อนหน้านี้เคยคุยกับพี่ช่วงตอบคำถามรอบนึงแล้ว
ต้องขอบคุณที่พี่ช่วยตอบคำถามผมในครั้งนั้นนะครับ

ตอนนี้ผมตัดสินใจจะเดินก้าวทางสายนี้เต็มตัวครับ
ผมเคยเรียนอยู่ที่คณะวิทยาศาสตร์มหาลัยศิลปากร
ตอนแรกเรียนเพราะสอบติดแอดมิชชั่นติดเรียนไปเรียนมามีแฟน ติดแฟน ติดเกม แทบไม่ได้สนใจเรื่องเรียน สุดท้ายก้เลิกกัน แล้วก้มาเป็นฮิคิโคโมริ ต่อมาซักพักเริ่มคิดได้สงสารพ่อแม่ สุดท้ายมาตอนปี 4 ติดโปรเกือบโดนไทร์ผมเลยตั้งใจจะสู้เรื่องเรียนแต่เกรดมันไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่เลย เพราะไม่อยากจะฝืนอีกต่อไปกลัว 8 ปีเรียนไม่จบนี่จะแย่กว่าเดิม ถึงจบมางานก้คงหาทำไม่ได้ง่ายๆ ไม่รู้จะเรียนต่อเพื่ออะไรเสียเวลา
สุดท้ายผมก้ตัดสินใจเดินตามฝันคือวาดการ์ตูนครับ เลยไปทำเรื่องลาออก แต่จะไปเรียนเอกชนที่บ้านผมก้ไม่ไหวครับราคาแพงเกินไปสำหรับ ครอบครัวฐานะปานกลางที่ยังมีหนี้สินอยู่เป็นล้าน เลยตัดสินใจเรียนดิจิตอลอาร์ตที่ราชภัฏนครปฐมครับ(ผมอยู่นครปฐม) สาขานี้เปิดมาได้ 2 ปีผมเข้าไปเป็นรุ่นที่ 3 อาจจะไม่ใช่มหาวิทยาลัยที่โด่งดัง เข้าไปผมอาจจะทำตัวลำบากนิดหน่อยด้วยอายุที่มากกว่าคนอื่น แต่ผมก้อยากจะทำอะไรให้สถาบันที่เป็นมหาลัยเปิดแต่ก้ถือว่าเขาก้ยังรับคนที่ล้มเหลวอย่างผมเข้าเรียนน่ะครับ อาจารย์ท่านนึงถามผมตอนสอบสัมภาษณ์ว่าผมและพ่อแม่ไม่เสียใจหรอที่ออกจากศิลปากรมาเรียนที่นี่ผมก้ตอบว่าก็เสียดายนะครับเพราะศิลปากรเป็นมหาลัยในฝันผมแต่มันก้พิสูจน์ให้ผมเห็นว่าสถาบันที่ดีไม่สามารถให้ความรู้คุณได้หรอกถ้าคุณไม่ไขว้คว้ามัน แต่อาจารย์ท่านก้ยังชมว่าดีแล้วที่ยังคิดได้ยังไม่สายเกินไปนักหรอกกับการที่เลิกติดแฟนติดเกมแล้วหันมาเรียน

ตอนนี้ก้มาลองเรียนพิเศษอยู่ที่สถาบันนึงครับตอนนี้ก้เรียนมาได้ราวๆเดือนกว่าๆแล้ว อยากจะรู้พื้นฐานตัวเอง ไปเจอพวกเด็กมัธยมเก่งกว่าผมหลายคนเลย ผมนี่ง่อยไปเลย(ฮา)
เรียนคอร์สวาดการ์ตูนครับเป็นคอร์สกลุ่มใหญ่คนสอนก็ช่วยๆกันดูแต่ยังโฟกัสอะไรให้เรามากไม่ได้แต่ก้สมราคาแหละครับครับ ช่วงแรกผมท้อเพราะมีรุ่นพี่ที่รู้จักกันเขาไปเรียนด้วยครับ เขาไม่ค่อยได้วาดแท้ๆแต่เขากลับวาดได้ดีกว่าผม ผมนี่เจอแต่คำตำหนิตลอด ไอนั่นก้ผิดไอนี่ก้เพี้ยนไอนั่นไม่ตรงไอนี่ห่วย(พี่ที่สอนเขาว่าตรงๆน่ะครับเพราะเขาบอกว่าถ้าทำงานจริงๆเจอแรงกดดันแบบนี้จะได้รับได้) แต่ตอนนี้ผมก้ผ่านจุดนั้นมาได้แล้วครับ ผมวาดได้ดีขึ้นพัฒนาขึ้นจนพี่ที่สอนเขาเคยประเมินผมไว้ว่า 5 ปีถึงจะทำงานออกมาขายได้ เริ่มชมว่า งานอัพขึ้นนะหรือไม่ก้ร้ายกาจ(ฮา) แต่คนอื่นที่เขาประเมินไว้สูงกว่าผมกลับยังทำในสิ่งที่ผมทำไม่ได้ ปกติถ้ามันไม่ดีขึ้นจริงๆพี่เขาจะไม่ชมน่ะครับแต่ก้มีแซวๆว่าจำวันแรกที่ให้วาดให้ดูได้มั้ยขายังเป็นเลข 8 อยู่เลย ก้เลยแอบภูมิใจในตัวเองเหมือนกันว่าถ้าเราตั้งใจจริงๆเราก้ำทำได้นี่นา แต่ก้ไม่ได้เหลิงนะครับยังคงต้องฝึกให้เยอะกว่าที่เคยครับ

อนาคตผมอยากมีการ์ตูนเป็นของตัวเองซักเรื่องคิดไว้คร่าวๆหลายเรื่องแล้วครับ แต่ถ้ามีคนชอบซักเรื่องก้ยังดี(ถึงมันจะเป็นไปได้ยากก้เถอะผมทราบเรื่องนี้ดีครับ) แล้วก้รับงานพวกฟรีแลนซ์ไปด้วย
แต่ผมก้ยังไม่แน่ใจเลยว่าจะทำออกมาได้ดีมั้ย แต่ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ครับ ถ้าเลือกได้ผมไม่ค่อยอยากอยากไปทำงานบริษัทไม่ชอบเป็นลูกน้องใครครับ แต่ก้ไม่ค่อยชอบเป็นหัวหน้าใครเหมือนกันเนี่ยสิ *-* แต่ถ้าถึงเวลาไม่มีทางเลือกก้คงต้องทำแหละครับ

แล้วก้ผมอยากเริ่มหางานพวกฟรีแลนซ์ทำในช่วงอีก 2 – 3 ปีข้างหน้าน่ะครับ ผมเริ่มช้ากว่าคนอื่นในรุ่นถ้าเทียบกันเรื่องอายุ เด็กรุ่นน้องก้ตามมาแถมเก่งๆกว่าผมก็เยอะ สมัยนี้ทุกอย่างมันมีพร้อมรุ่นผมนี่ตอนมัธยมยังไม่รู้เลยจะไปเรียนวาดการ์ตูนได้ที่ไหน แต่เราจะใช้จุดนั้นมาอ้างไม่ได้หรอกใช่มั้ยครับ
แต่ผมจะทำสิ่งนี้ให้ได้ครับ ตอนนี้ผมเลยทุ่มสุดตัวทำในสิ่งที่ผมรัก
ผมจะได้พิสูจน์ตัวเองกับทางบ้านว่างานสายนี้อยู่รอดได้เพราะตอนแรกท่านก้ไม่สนับสนุนน่ะครับ(ตอนนี้ก้ยังไม่ค่อยสนับสนุนแต่ท่านก้ปล่อยให้ผมได้ทำในสิ่งที่ผมคิดว่าควรจะทำแล้วน่ะครับ) พวกท่านจะได้สบายใจด้วยครับว่าลูกเราหาเลี้ยงตัวเองได้ ท่านคงต้องการให้เรามีอาชีพหาเลี้ยงตัวเองเลี้ยงครอบครัวได้ มีครอบครัวที่ดี ท่านก้น่าจะสบายใจแล้วนะครับ

ขอโทษนะครับที่เขียนมายาวขนาดนี้ผมอยากให้พี่รู้จักผมมากขึ้นสักนิดนึงนะครับ ในฐานะที่เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
ผมจะตั้งตารอวันที่ได้เรียนกับพี่นะครับ
ถ้าเรียนจบคอร์สแรกแล้ว ถ้ามีโอกาสผมพอเก็บเงินได้ผมจะพยายามมาเรียนกับพี่ต่อไปเรื่อยๆนะครับอาจจะมาทีละคอร์สสองคอร์สนะครับ ผมไม่อยากรบกวนเรื่องเงินกับทางบ้านมากไปกว่านี้แล้วน่ะครับ 4 ปีในรั้วศิลปากรของผมมันเหมือนสูญเปล่าไปเลย
แล้วก้ขอบคุณที่ช่วยอ่านอะไรที่มันยาวเหยียดขนาดนี้นะครับ

=============================================================

25570507-115531.jpg

สวัสดีค่ะ

น้องเขียนมายาวค่ะ ยินดีที่ไว้ใจและให้พี่เป็นที่ปรึกษานะคะ จริงๆแล้วพี่ไม่ได้คิดว่าน้องล้มเหลวนะ การศึกษามันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น แต่ชีวิตคนเราไม่ได้อยู่แค่ในกรอบของโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยอย่างเดียว นักเรียนที่เรียนเก่งน้อยกว่า แต่ประสบความสำเร็จในชีวิตจริงอย่างมากก็มีค่ะ ดังนั้นอย่าพูดว่าตัวเราล้มเหลว เพราะจริงๆแลัวมันอาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าเราอาจจะไม่ได้เหมาะกับเส้นทางนั้นๆจริงๆก็ได้

นอกจากนี้การศึกษาของไทยนั้น ยังสร้างเด็กออกมาให้เป็นเหมือนวุ้นเป็ด คือมีทักษะเหมือนๆกันหมด นอกจากนนี้ยังออกมาแล้ว ทำอะไรที่เหมือนๆกัน เห็นเพื่อนเรียนนั่นเรียนนี่ก็อยากเรียนบ้าง โดยไม่ได้ดูเรื่องความชอบหหรือความสนใจของตัวเอง เราเรียนตั้งแต่อนุบาลยันมหาวิทยาลัย เด็กเรียนแข่งกันเอาเกรดโดยไม่ได้คำนึงเลยว่าจริงๆแล้วเราชอบอะไร หรืออยากเรียนอะไร มีความสามารถพิเศษด้านไหน

เรื่องของการทำงานที่เรารักให้เป็นอาชีพ ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับเส้นทางนี้นะคะ เนื่องจากบางคนเจอโจทย์ที่ยากๆ หรือวาดไม่ได้แล้วก็ท้อถอยนึกว่าตัวเองไม่เก่งไม่เหมาะกับเส้นทางนี้ จริงๆแล้วการทำงานที่เราชอบ มันก็อาจจะผสมงานที่เราไม่ชอบนักด้วยเช่นกันค่ะ แต่ถ้าเราต้องฝืนทำในสิ่งที่ไม่ใ่ช่มากๆ เราต้องกลับมาถามตัวเองแล้วว่า สิ่งที่เราชอบจริงๆมันคืออะไรกันแน่

ส่วนเรื่องที่ติดแฟนติดเกมอันนี้พี่เข้าใจค่ะ เพราะพี่ก็เคยการเรียนเสียด้วยการติดเกม แต่พ่อแม่ไม่เคยว่าอะไรพี่เรื่องผลการเรียนเพราะฉะนั้นพี่ก็เลยเรียนแบบชิลล์ๆมาก ส่วนมากพี่ก็จะเข้าห้องสมุด ส่วนวันธรรมดาก็ฝึก cg ที่ห้องคอมคณะวิทยาศาสตร์ ส่วนเสาร์อาทิตย์ก็ฝึกวาดรูป ยังไงก็ตาม น้องอย่าคิดมาก ถ้าน้องไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยดังๆเพราะทุกที่ล้วนสอนให้เป็นคนดีเหมือนกันหมด ในบางครั้งเราก็จะต้องปล่อยวางบ้าง ก็คือทำในสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุดก็พอ ส่วนจะได้หรือไม่ได้ในสิ่งที่อยาก บางทีมันก็อาจจะเกี่ยวข้องกับบุคคลที่ 3 คือครอบครัวหรือว่าเพื่อนหรือว่าเจ้านาย นั่นก็คือสังคมที่เราอยู่จะหลอมความคิดเรา ปะปนกับสิ่งที่เราเสพย์ จะทำให้ตัวตนในอนาคตของเราเปลี่ยนไปค่ะ

ส่วนเรื่องที่น้องอยากเขียนการ์ตูนแล้วเลี้ยงชีพได้ น้องก็ต้องลงมือทำ ฝึกฝนฝีมือ มีน้องหลายๆคนบอกพี่ว่าอยากเป็นนักวาด อยากเป็นนักเขียนการ์ตูน พี่ก็บอกว่า ก็ทำสิ เขียนเลย ส่งสำนักพิมพ์ หรือพิมพ์เองก็ได้ แต่น้องส่วนมากก็จะไม่ทำ แล้วก็บ่นว่าทำไมไม่ได้งานที่ตัวเองชอบสักที นี่เป็นสิ่งที่คนหลายๆคนที่ประสบความสำเร็จในงานไหนก็ตาม ต่างจากคนที่ไม่ประสบความสำเร็จ ไอเดียต่างๆไม่มีค่าเลยค่ะ ถ้าไม่ลงมือทำ หลายๆคนฟุ้งมากอยากมีโน่นมีนี่ ไอเดียมันเป็นของฟรีใครๆก็มีได้ แต่ถ้าน้องอยากแตกต่างจากคนอื่นก็เริ่มต้นจากไอเดียเล็กๆ ทำให้มันเป็นจริงๆก่อน แล้วพอเรามีความมั่นใจมากขึ้น น้องสามารถที่จะทำในสิ่งที่ใหญ่ขึ้นได้เรื่อยๆ

นอกจากนี้ ไม่ว่า งานของน้องจะดีหรือไม่ดี,มีคนวิจารณ์มากหรือน้อย,มีคนด่าน้องบางหรือเปล่า เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องรายละเอียด เวลาทำน้องไม่ต้องไปสนใจว่าคนจะเกลียดน้องหรือเปล่า ในบางครั้งงานของน้องเมื่อออกสู่สาธารณะไปแล้ว น้องต้องทำใจให้ได้ ว่ามันก็จะมีคนวิจารณ์ทั้งดีและไม่ดี เราเก็บเอาส่วนหนึ่งมาพัฒนาผลงานของตัวเอง ที่เหลือก็ต้องปล่อยวางไปค่ะ เราทำให้คนทุกคนรักเราไม่ได้หรอกค่ะ ยกเว้นน้องจะยอมเสียจุดยืนหรือปณิธานของน้องไป เคิร์ทโคเบนกล่าวไว้ค่ะว่า “เกลียดในสิ่งที่ฉันเป็น ดีกว่ารักในสิ่งที่ฉันไม่ได้เป็น”

เรื่องการทุ่มสุดตัว พี่คิดว่า มันแล้วแต่คนอีกนะ เนื่องจาก บางคนทำเท่าไรๆก็ไม่สำเร็จสักทีจนโทษชะตาฟ้าดิน เช่น เราไม่น่าเกิดมาในครอบครัวนี้เลย,ถ้าบ้านเรามีฐานะอีกนิดก็คงจะดี เราจะได้ทำในสิ่งที่เรารัก แต่น้องลืมมองไปว่า คนเหล่านั้นที่น้องคิดว่าเขามีสิ่งที่น้องต้องการ บางทีเขาก็อาจจะไม่มีความสุข เนื่องจากการที่บ้านมีฐานะดี อยากได้อะไรก็ได้มา ทำให้เขาไม่รู้ว่าในชีวิตแท้จริงแล้วเขาต้องการอะไรกันแน่ก็มี ซึ่งคนแบบนี้มีอยู่เยอะในสังคมของไทย แต่ตอนนี้ความรู้ต่างๆเปิดกว้างหมดแล้ว เราสามารถเรียนคอร์สในต่างประเทศในหลายๆวิชาได้ผ่านทาง online เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำคัญมากคือผลงานของน้อง ในการที่จะไปสมัครงานที่ไหนสักแห่ง

สำหรับพี่ที่ผ่านประสบการณ์มาเยอะจะพบว่า น้องสามารถเลือกอาชีพที่น้องอยากเป็นหรืออยากทำได้ โดยที่น้องต้องดูว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร บางครั้ง บางคนทำงานวาดไปนานๆก็เบื่อก็มี อย่างเช่น พี่เป็นต้น ก็คือพี่ถามตัวเองว่าจริงๆแล้วอยากทำงานตามคำสั่งคนอื่นหรือว่าทำในสิ่งที่เราต้องการจริงๆดี สุดท้ายพี่ก็เลือกทำตามใจของตนเอง พี่คิดว่า การหาเงินนั้น ควรจะอยู่ใน balance ที่ดี นั่นก็คือ มันควรเป็นสิ่งที่เราถนัด,รัก,มีตลาด บางอย่างเราอาจจะรักมาก แต่มันไม่มีตลาดก็คือว่าตกไปเรื่องนี้ ซึ่งจริงๆถ้าน้องบอกว่าอยากทำงานการ์ตูน พี่ก็จะแนะนำว่า…

“อย่าทำในสิ่งที่คนรุ่นก่อนๆนี้ทำกัน”

นั่นก็คือน้องควรหาหนทางของตัวเอง ศึกษา model ในต่างประเทศ ว่าเขาหารายได้จากงานของตัวเองอย่างไร ถ้าน้องไม่สามารถหลุดกรอบ หรือคิดนอกกรอบในเรื่องนี้ได้ น้องก็อาจจะเลือกที่จะทำเหมือนคนทั่วไป น้องก็อาจจะไส้แห้งได้ค่ะ ทั้งนี้ไม่ได้ขู่ หรือไม่ได้บอกว่าต้องทำอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ชีวิตคนเราไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะมีฐานะ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองอยากทำสิ่งนี้ๆเป็นอาชีพหรือไม่ก็มี แต่บางครั้งเราก็ต้องหา case study หรือกรณีศึกษาของคนที่วาดการ์ตูนแล้วประสบความสำเร็จในเมืองนอกโดยไม่ต้องพึ่งพาสำนักพิมพ์อย่างเดียว ถ้าน้องมีงานแต่กับสำนักพิมพ์อย่างเดียวความเสี่ยงจะสูง และส่วนมากงานสำนักพิมพ์เป็นงาน pigeon hole คืองานที่ไม่สามารถนำพาน้องไปอยู่ในจุดที่สูงกว่าเดิมได้ค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าไปฝากชีวิตไว้กับสำนักพิมพ์อย่างเดียว

ขอให้โชคดีค่ะ

Published by Meisanmui

Meisanmui หรือพี่มุ่ยจบจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นนักวาดภาพประกอบ ทำงานวาด/ออกแบบคาแร็คเตอร์ มาทั้งหมดราวๆ 15 ปี มีผลงานลงสื่อทั้งไทยและต่างประเทศ และเป็นผู้เขียนหนังสือพ็อคเกตบุ็ค "ลาเจ้านายไปตามฝัน" Meisanmui is illustrator and art teacher based in BKK Thailand. I Accept worldwide illustration work and teaching. Meisanmui is an illustrator from BKK Thailand. She’s Chinese born in Thai so her art is mixing oriental taste with comics and illustration. Her specialty is drawing a pretty woman with nature. Which have elegance and gracefulness in line and gesture. She loves to create thing people can use with her illustration.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

%d bloggers like this: